ความฝันของคุณมีสีไหมคะ
เคยได้ยินมาว่านักวิทยาศาสตร์เค้าว่ากันว่าฝันของคนเราเป็นสีขาวดำ แต่ก็แปลกดีเท่าที่คุยกับเพื่อนหลายๆ คน มีบางคนยืนยันหนักแน่นเชียวว่าฝันของตนมีสี เพราะจำสีได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง จะแดง จะเขียว จะสีฟ้าน้ำทะเลก็ว่ากันไป แต่ฝันของหนุ่มน้อยคนหนึ่งมีสีสันอลังการตระการตามากว่านั้นมากมายค่ะ เพราะฝันของเค้าเป็น Technicolor Dream เรากำลังพูดถึงหนุ่มน้อย Joseph และเสื้อคลุมสารพัดสีของเค้าค่ะ กับมิวสิคัลเรื่องดังอีกเรื่องที่กำลังฮ็อตสุดๆ อยู่ในกระแส West End ลอนดอนในขณะนี้ Joseph and the Amazing Techinicolor Dreamcoat
เมื่อวานเราซื้อตั๋วละครดูรอบบ่ายวันเสาร์ตามเคย เรื่องนี้เล็งอยู่หลายรอบแล้วแต่ตัดใจไปหาเรื่องอื่นๆ ดูไปก่อนเพราะเพิ่งจะดูเรื่องนี้ไปแหม่บๆ เมื่อปีที่แล้วเอง ตอนที่เค้าทำ touring production มาแสดงที่โรงละครใหญ่แถวบ้าน ตอนนั้นก็ติดอกติดใจมากมายอยู่ มาปีนี้กระแสการประกวด reality show ของ BBC ปีที่สอง ที่เฟ้นหาผู้ชมทางบ้านผู้ที่ใฝ่ฝันจะคว้าบทนำในมิวสิคัลเรื่องยักษ์ของ West End เรื่องนี้ จากปีก่อนหน้าที่สาวสวย Connie Fisher คว้าชัยชนะจากเสียงโหวตของผู้ชมทางบ้านให้มารับบทเป็น Maria Von Trapp ในละครเพลงชื่อดัง The Sound of Music ไปแล้วในรายการประกวดที่ชื่อ How Do You Solve the Problem Like Maria? ปีต่อมา BBC คงติดใจเลยจัดรายการประกวดแบบเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เค้าเฟ้นหาชายหนุ่มรูปหล่อหน้าใสมารับบท Joseph ในละครเพลงชื่อก้อง Joseph and the Amazing Techinicolor Dreamcoat โดยตั้งชื่อรายการตามชื่อเพลงเอกของเรื่องว่า Any Dream Will Do โดยมีเจ้าพ่อวงการละครเพลงชื่อก้องอย่าง Andrew Lloyd Webber นั่งเป็นประธานกรรมการตัดสิน การประกวดครั้งนี้ทำเอาคุณป้าคุณย่าคุณยาย (ยินดีให้เหมารวมเอาตัวดิฉันเองเข้าไปด้วยคนหนึ่ง) น้ำหมากกระจายกันหน้าทีวีเป็นทิวแถว โถ....ก็เล่นคัดเอาหนุ่มน้อยหน้าใส หล่ออลังการแถมร้องเพลงเพราะเสนาะหูมาให้โหวตเชียร์ตั้ง 12 คน โอย....ถูกใจป้าๆ เสียยิ่งนัก อิอิอิ
คนที่ดิฉันหมายตาเชียร์สุดใจขาดดิ้นมาตั้งแต่ต้นคือหนุ่มน้อยวัย 26 ปี Lee Mead ที่พกพาน้ำเสียงและลีลาการร้องขั้นเทพ บวกกับรอยยิ้มใสกิ๊งพิมพ์ใจ แถมด้วยกล้ามล่ำแมนแฮนด์ซั่มออกแนวละตินนิดๆ อังกฤษหน่อยๆ โอย....แค่เกาะหน้าจอทีวีก็ใจละลายทุกทีที่น้องยิ้ม (อะแฮ่มมมม....ขอเวลานอกซับน้ำหมากอีกหนึ่งวิ) แม้ว่าน้อง Lee แกจะได้เปรียบชาวบ้านเค้าหน่อยนึงตรงที่จริงๆ แกก็เป็นนักแสดงละครเพลงมืออาชีพอยู่แล้ว (ก่อนเข้าประกวดน้องกำลังเล่นอยู่กับโปรดักชั่นThe Phantom of the Opera เป็นหมู่มวลและเป็น Understudy บทพระเอก) แต่ก็ไม่เคยได้เล่นบทนำจริงๆ กะเค้าซักที คราวนี้คุณน้องเลยขอแจ้งเกิดเต็มที่ และด้วยเสน่ห์เกินห้ามใจ Lee Mead ก็เรียกเสียงโหวตอย่างท่วมท้นจากผู้ชมทางบ้านชนะการประกวดครั้งนี้ไปจนได้ในที่สุด สาสมใจดิฉันเป็นอย่างยิ่ง ฮิ้วววววว
บัตรละครสามเดือนแรกขายหมดเกลี้ยงโดยไม่ต้องเสียเวลาไปจอง ฉันเลยต้องรอให้กระแสความฮ็อตของคุณน้อง Lee ซาลงไปซักนิดแล้วค่อยหาโอกาสไปดูคุณน้อง และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันนี้ที่รอคอย..... น้อง Lee ขา อีกไม่ถึงชั่วโมงเราจะได้พบกัน ฉันเหลือบตามองนาฬิกาใจเต้นตึ่กตั่ก แต่เหมือนฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจนอกจากฝนจะปรอยแล้ว วันนี้ที่ลอนดอนรถติดเหลือแสน ครึ่งชั่วโมงผ่านไปทำเอาฉันเริ่มใจไม่ดี หวาย....อีกแค่ 15 นาทีละครจะเริ่มแล้ว รถบัสสีแดงคันใหญ่ที่นั่งมายังไม่ขยับเลยซักนิด ไม่ไหวละ... ไม่ทันแน่ ลงวิ่งเอาเลยแล้วกัน ไม่ไกลเท่าไหร่.... แต่ไม่ไกลเท่าไหร่ที่ว่าก็ล่อเอาลิ้นห้อยหอบแฮ่กใช่น้อย ฉันวิ่งไปทันกับที่เจ้าหน้าที่เค้าจะปิดประตูโรงละครพอดี แค่พอได้ทรุดตัวลงนั่งปุ๊ปหายใจอีกสองเฮือกฉากก็เปิดปั๊ป ทันเวลาพอดิบพอดี
ละครเรื่องนี้แรกเริ่มเดิมทีเป็นเพียงละครบวกคอนเสิร์ตสั้นๆ ที่สองเจ้าพ่อละครมิวสิคัลอย่าง Andrew Lloyd Webber และ Tim Rice ในวัยละอ่อน (ปี 1968) ได้ร่วมกันเขียนทำนองและเนื้อร้องเพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งแสดงก่อนวันปิดภาคเรียน แต่ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างล้นหลาม จนละครโรงเรียนสั้นๆ เรื่องนั้นได้รับการพัฒนาเติมแขนขาจนกลายเป็นละครเพลงสมบูรณ์แบบจนได้ในที่สุด เนื่องจากพื้นเพมาจากละครเด็กๆ พอทำเป็นมิวสิคัลก็เลยยังยึดแนวทางละครเด็กอยู่คือนักแสดงจะใช้แอคติ้งเหมือนการ์ตูนหน่อยๆ ไม่เน้นความจริงจังดราม่าน้ำตาทะเล็ดอะไร เพลงก็เป็นทำนองง่ายๆ ฟังแล้วติดหูเร็วประเภทฟังซักรอบสองรอบก็พอจะฮึมฮัมทำนองตามได้ไม่ยาก เรื่องนี้เอามาจากเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าด้วยเรื่องของยาคอบกับลูกชายทั้ง 12 คน ยาคอบหรือ Jecob คนนี้แกดูจะลำเอียงรักหลงลูกคนเล็กคือ Joseph เกินหน้าเกินตาพี่ๆอีก 11 คนไปหน่อย แถมไอ้หนู Joseph นี่ก็นอกจากจะเกิดมาหน้าตาดีผิดพี่ผิดน้องแล้ว แกดันมีความสามารถพิเศษอีกอย่าง คือสามารถทำนายความฝันได้อย่างแม่นยำอีกต่างหาก บังเอิ๊ญ บังเอิญที่แกดันฝันดีแล้วเจ๋อไปเล่าให้พี่ๆ แกฟังว่าความฝันของแกแปลได้ว่าต่อไปในอนาคตแกจะมีอำนาจวาสนาได้เป็นใหญ่เป็นโตเกินกว่าพี่ๆ ทั้งหมด ให้พี่ๆ ต้องมาพึ่งบารมีแก (อ้าว ไอ้เด็กนี่... ปากพาจนซะอีก) ไม่น่าแปลกใจที่หนุ่มน้อย Joseph จะเป็นที่อิจฉาและเกลียดชังของพี่ๆ วันหนึ่งเมื่อ Jecob ผู้เป็นพ่อได้มอบเสื้อโค้ตแสนสวยหลากสีแก่ Joseph เพื่อฟันธงให้ชัดๆกันไปว่าน้องหนูคือลูกรัก ถึงตอนนี้ Joseph เลยชะตาขาดถูกพี่ชายคิดกำจัดโดยหลอกไปขายเป็นทาสและถูกส่งตัวไปอียิปต์.... จากนั้นเรื่องราวการผจญภัยของหนุ่มน้อยเจ้าของความฝันหลากสีจึงได้เริ่มต้นขึ้น....ในแดนปิรามิด อียิปต์
อย่างที่บอกว่าละครเรื่องนี้ทำเหมือนละครเด็ก เรื่องราวทั้งหมดจึงเป็นเหมือนนิทานที่เล่าขานโดยคุณครูแสนสวยผู้ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย (narrator) ตลอดเรื่อง โดยมีเด็กๆ กว่า 30 ชีวิตร่วมแสดงและร่วมร้องเพลงประสานเสียงบนเวทีด้วย นักแสดงที่เป็น narrator นี่เสียงดีใสกิ๊ง แถมร้องเพลงยากๆ เสียงสูงปรี๊ดเหล่านั้นให้ดูเหมือนเป็นเพลงร้องง่ายๆ ได้ไงไม่รู้ และแล้วฉากเปิดตัว Joseph ที่เรารอคอยก็มาถึง เพราะเคยดูมาก่อนเราเลยรู้แล้วว่าน้องโจแกจะเลื่อนลอยมาจากฟากฟ้าหลังม่านฉากมัวสลัว และแล้วไฟก็สาดพรึ่บ ปิ๊ง! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด น้อง Lee Mead ของดิฉัน ใยหน้าตาแปลกเปลี่ยนไปเช่นนี้ น้อง Lee ไปไหน๊..... ทำไมถึงกลับกลายเป็นน้อง Lewis Bradley ผู้ร่วมประกวดอีกคนที่ได้รางวัลรองชนะเลิศไปได้ ดิฉันอกเดาะไปสองวิด้วยความผิดหวังอย่างแรง เพิ่งมารู้ทีหลัง (มาถึงโรงละครสายค่ะเลยไม่ทันได้ดูป้ายว่ารอบนี้ใครเล่นบทนำ) ว่าอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เป็นช่วงหยุดฮอลิเดย์ของคุณน้อง Lee เค้าเลยเอาน้อง Lewis ผู้ที่ดิฉันแอบให้นิคเนมเล่นๆ ส่วนตัวว่า จิ้งจกขาว วงเทวัญมาเล่นแทน ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้อง Lewis แกก็เล่นดี ร้องดีใช้ได้หรอกค่ะ แต่ด้วยความที่น้องแกผอมกะหร่องไปหน่อยแถมขาวหยวก เมื่อคุณน้องต้องมาอยู่ในชุดผ้าเตี่ยวตัวเดียวเกือบตลอดเรื่อง (เพิ่งคิดได้ว่าทำไมเรื่องนี้ ถึงได้มีแต่สาวๆ มาดูกันให้รึ่มไปหมด...ก็แหม จะมีละครซักกี่เรื่องกันหนอที่จะได้ดูพระเอกเปลือยท่อนบนนุ่งผ้าผืนเดียวเล็กๆเกือบทั้งเรื่องอย่างนี้ แฮ่ะๆๆๆ อะแฮ่มมมม น้ำหมากกระฉูดอีกคำรบ) ดิฉันเลยพลอยนึกไปถึงโครงการแด่น้องผู้หิวโหยขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ฮือๆๆๆ เอาน้อง Lee ของดิฉันคืนมา.....
เรื่องนี้ยกความดีความชอบให้ Costume ไปเลยค่ะ อลังการดาวล้านดวงมากๆ สมกับเป็นละครแฟนตาซี เป็นละครประเภทที่ดูแล้วให้เกิดอาการตื่นตาตื่นใจจริงๆจังๆ โดยเฉพาะฉากเปิดตัวฟาโรห์อียิปต์ ที่เค้าเหยาะสีสันโดยการสร้างคาแรคเตอร์ให้ฟาโรห์มีลักษณาการทั้งการร้อง การเต้น และการแต่งตัวเลียนแบบเอลวิส เพรสลีย์ นักร้องอมตะรุ่นคุณลุงยังกะแงะออกมา น่ารักดีค่ะ แค่ดูชุดดูฉากก็คุ้มแล้ว ช่วงท้ายสุดหลังละครจบ หลังจากที่นักแสดงออกมาโค้งแล้ว เค้ายังทำเป็นเหมือนคอนเสิร์ตเล็กๆ อีกแน่ะ โดยเอาเพลงคุ้นหูทั้งหลายในเรื่องมาทำเมดเลย์ให้คนดูช่วยร้องช่วยปรบมือตามเหมือนดูคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดเลย หนุกหนานอย่างแรง ออกมาจากโรงละครยังนึกครึ้มจนต้องซื้อซีดีเก็บไว้มาฟังเล่นด้วยความชอบใจ....
แม้จะอดผิดหวังไม่ได้เพราะไม่ได้ดูน้อง Lee ที่รัก แต่งานนี้เพิ่งทราบมาว่าน้องแกได้ต่อสัญญาเล่นเพิ่มไปยาวนานจนถึงเดือนตุลาคมนู่นแน่ะ เอาน่ะ.... โอกาสหน้าฟ้าใหม่จะขอไปยลโฉมคุณน้องตัวเป็นๆ ซักครั้งให้ได้เชียว แต่ตอนนี้ขอคุณป้า เอ๊ย คุณพี่ไปซักซ้อมร้องเพลงให้คล่องก่อนนะคะ แล้วคราวหลังจะไปโก่งคอช่วยร้องเป็นหน้าม้าให้คุณน้องอย่างเต็มที่ค่ะ
รูปภาพทั้งหมดมาจากเว็บไซด์
http://westend.broadwayworld.com/viewcolumn.cfm?colid=20012
edit @ 17 Mar 2008 07:01:23 by Barai: Oh... I am Fortune's Fool