มีใครในที่นี้ชอบฟังเพลงไทยเดิมไหมคะ
ถ้าไม่ถึงกับชอบแต่ก็หวังว่าอย่างน้อยคงจะพอเคยฟังเพลงไทยเดิมผ่านหูกันมาบ้าง อย่างพอประมาณก็อาจจะพอรู้จักบ้างซักเพลงสองเพลง หรืออย่างดีมากคงจะรู้จักหลายเพลงสามารถร้องคลอตามได้สบายๆ
เด็กยุคเจนเนอเรชั่นเอ๊กซ์อย่างเราๆ (เหมารวมซะเลย.....โมเมเหมาตัวเองเข้าไปด้วย ที่สำคัญ) โดยทั่วไปอาจจะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ฟังเพลงไทยเดิมบ่อยนักนอกจากโอกาสพิเศษประเภทวันสำคัญต่างๆ หรือเวลามีการรำการละเล่นที่ต้องใช้เพลงไทยเดิมเป็นส่วนประกอบถึงจะได้ฟังกันซักที จะมีคนรุ่นใหม่สักกี่คนก็ไม่รู้ที่ตั้งอกตั้งใจฟังเพลงเหล่านี้อย่างซาบซึ้งด้วยความชอบจริงๆ จะเพราะด้วยท่วงทำนองและจังหวะที่อ้อยสร้อย ชดช้อย เนิบนาบ ของดนตรีไทยที่ถ้าฟังเพลินเจริญใจไปๆมาๆ อาจได้โงกหลับกันไปไม่รู้ตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ทำให้เด็กๆ หันไปหาเพลงที่มีจังหวะทำนองกระตุ้นเร่งเร้าจัดจ้านอย่างเพลงป๊อปเพลงร็อคที่เราฟังอยู่ชินหูแทบทุกวัน
เราเองก็เติบโตขึ้นมาในสังคมที่มีแต่เพลงป๊อปกรอกหูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย และก็ร้องเพลงป๊อปตามกระแสเหมือนคนอื่นๆ มาตลอดชีวิต เพลงอะไรเพราะเพลงอะไรกำลังอินก็ขวนขวายไปหาฟัง ช่วงวัยรุ่นตอนต้นๆ ก็เกาะกระแสแน่นหนึบถ้าไปแข่งจู๊กบ็อกซ์เกมยุคติ๊นา มาช่า ใหม่ ไมโคร (ว้า...บอกให้รู้จนได้ว่ารุ่นไหน) ก็น่าจะพอกล้อมแกล้มเอาตัวรอดได้สบายๆ เพิ่งจะมาซาๆ กับการเกาะกระแสเพลงป๊อปที่หมุนเร็วจี๋จนตามไม่ทันก็เมื่อพ้นวัยรุ่นตอนปลายเสียแล้วอย่างตอนนี้ คงเพราะประสาทหูเริ่มเสื่อมและเพลงก็ช่างแข่งกันผลิตออกมารวดเร็วและหลากหลาย จนฟังไม่ทัน แยกก็ไม่ออกว่าเพลงไหนใครร้อง นักร้องวัยกระเตาะสมัยนี้ก็เสียงคล้ายๆ กันไปซะหมด เสื้อผ้าหน้าผมก็มาแนวๆ เดียวกันแถมเนื้อหาเพลงก็ไม่หนีกันไปไหนไกลอีกต่างหาก เราเลยเริ่มเบื่อ
เราเองก็ไม่เคยสนใจเพลงไทยเดิมจริงจังนอกจากฟังพอผ่านๆหูเหมือนคนอื่น พอร้องตามได้บ้างก็เฉพาะเพลงดังๆ คุ้นหูอย่างลาวดวงเดือน หรือเพลงประกอบรำต่างๆ (เผอิญอยู่ชมรมนาฏศิลป์มาตั้งแต่ประถมจนจบมหาลัย...เลยฟังเพลงไทยเดิมผ่านการรำซะส่วนมาก) แต่สมัยเรียนหนังสือด้วยความที่อ่านทำนองเสนาะให้โรงเรียนเป็นกิจกรรมหลัก เลยมักจะถูกชมรมดนตรีไทยขอแรงไปช่วยร้องเพลงไทยเดิมให้บ้างเวลานักร้องไม่พอ แต่เราก็ไม่เคยคิดสนใจจะฝึกร้องจริงจังเสียตั้งแต่ตอนนั้น นอกจากฝึกเพลงง่ายๆ ที่อาจารย์ท่านจะใช้ออกงานเป็นครั้งคราวไป อาจารย์ชมรมดนตรีไทยเองท่านก็คอยสนับสนุนและเคี่ยวเข็ญ แต่เราก็ขอตัวแว่บเสียทุกทีแหม....ตอนนั้นให้มานั่งพับเพียบร้องเพลงนิ่งๆ เราก็ไม่อินเอาซะเลย คนมันคงยังไม่มีวาสนาต่อกัน
เราเพิ่งมาสนใจเพลงไทยเดิมค่อนข้างจริงจังเมื่อไม่นานมานี่เอง นักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่มาเรียนไกลบ้านอย่างเรา หลายคนจะพูดคล้ายๆ กันว่า ยิ่งพอมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง กลับยิ่งทำให้เราโหยหารากเหง้าของตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัยเราและหลายๆ ที่ทั่วอังกฤษเลยจัดงาน Thai Night กันเกือบทุกปี เพื่อช่วยกันเผยแพร่วัฒนธรรม อย่างน้อยก็ให้เพื่อนนักเรียนชาวต่างชาติได้รู้จักคนไทย อาหารไทย และวัฒนธรรมไทยๆ ของเรา แน่นอนว่าดนตรีไทยเลยกลายเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นมักจะขาดไม่ได้เวลามีการจัดงานสำคัญๆ อย่างนี้
น่าแปลกไหมล่ะ เราอยู่เมืองไทยมาครึ่งชีวิต ไม่เคยคิดหาโอกาสจะเพิ่มพูนความรู้ทางนี้เลยมัวไปเรียนร้องเพลงสากล เล่นดนตรีสากลซะส่วนใหญ่แต่พอมาอยู่ที่นี่บทจะมีวาสนาต่อกันก็มีขึ้นมาเฉยๆ ซะอย่างนั้น อยู่ๆ เราก็เกิดสนใจอยากลองฝึกร้องเพลงไทยเดิมดู เลยหาโอกาสไปสมัครเข้าชมรมดนตรีไทยที่เปิดสอนอยู่ที่สถานฑูตไทยที่นี่ เราไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์คุณครูผู้ควบคุมวงซึ่งครูท่านก็มีชื่อเรื่องการร้องเป็นเอกอยู่แล้วด้วยสมาชิกของวงท่านอื่นก็มีหลากหลายรุ่นตั้งแต่รุ่น(ราวญาติผู้)ใหญ่ ไปจนถึงเด็กไทยเมืองฝรั่งตัวกระจ้อยอีกหลายคน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเรียนอย่างสม่ำเสมอบรรยากาศของชมรมอบอุ่นมากๆ สมาชิกทุกท่านอารมณ์ดีน่ารักกันทั้งนั้น พลอยทำให้ไปชมรมทีไรเหมือนได้ไปพักผ่อนสมอง ที่สำคัญคือได้อยู่ท่ามกลางคนที่มีใจรักดนตรีเหมือนกัน เลยรู้สึกเหมือนอยู่กับครอบครัวเดียวกัน
เราเข้าชมรมด้วยเจตนารมณ์แน่วแน่อย่างเดียวคือมาเรียนร้องเพลงโดยเฉพาะ ไม่คิดจะหัดเล่นเครื่องดนตรีอะไรอื่นๆ เลย ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกนะ แต่รู้ตัวจริงๆ ว่าไม่มีพรสวรรค์ในการใช้อุปกรณ์เอาเสียเลย เคยลองแตะๆ หลายชิ้นก่อนหน้านี้ แต่ไม่เวิร์ค และใจมันก็ชอบแต่จะร้องเพลงเท่านั้นจริงๆ เลยขอพยายามมุ่งมั่นเอาทางร้องให้ได้ดีเสียก่อนแล้วกัน ซึ่งแค่จะเอาดีให้ได้ก็ยากจะตายอยู่แล้วล่ะ
สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับดนตรีไทยเลย ก็ขอเชื้อเชิญให้มาร่วมก๊วนเดียวกับดิฉันค่ะ เพราะตัวดิฉันเองก็มาเริ่มจากระดับความรู้ติดลบไม่รู้อะไรเลย เพลงสามชั้น สองชั้น ชั้นเดียวเป็นยังไงก็ไม่รู้ เพลงเถา เพลงตับเป็นยังไงก็ไม่รู้ ชื่อเพลงอะไรต่างๆ ก็ไม่รู้ ก็เพิ่งมาค่อยๆ เรียนรู้ไปอย่างช้าๆ เอาตอนนี้แหละค่ะ ทีแรกเรามักแอบสงสัยว่าทำไมเพลงไทยเดิมชื่อเพราะๆ อย่างเขมรโพธิสัตย์ พัดชา จำปานารี ชื่อเพลงกับเนื้อเพลงไม่เห็นจะเกี่ยวกันซักนิด เพิ่งมารู้เอาทีหลังนี่แหละว่าชื่อเพลงไทยเดิมก็หมายถึงทำนองเพลงของเพลงนั้นนั่นเอง ส่วนเนื้อเพลงจะเอาเนื้ออะไรมาใส่ก็ดูได้หลากหลายตามความเหมาะสม เพราะฉะนั้นเพลงทำนองเดียวกันอาจะมีเนื้อเพลงต่างๆ กันไปก็ได้ ส่วนเพลงสามชั้น สองชั้น ชั้นเดียวที่ว่าก็ดูตามจังหวะฉิ่ง (ใครว่าฉิ่งตีง่าย เพราะมีแค่เสียงฉิ่งกับฉับไม่จริงเลยนะคะ ดิฉันขอเถียง ถ้ามีโอกาสลองมาท้าพิสูจน์ดูก็ได้)เพลงสามชั้นก็จะช้ามาก ประมาณว่าตีเสียงฉิ้งงงงงไปแล้วนับในใจไปหนึ่งสองสามแล้วค่อยลงฉับ ถ้าเป็นสองชั้นก็เร็วขึ้นมานิดประมาณว่าฉิ้งงงงหนึ่งสองแล้วฉับ ในขณะที่ชั้นเดียวก็จะเร็วกระชับหน่อยแบบฉิ้งงฉับ ฉิ้งงฉับ กระชับฉับไวได้ใจวัยรุ่นขึ้นมานิด
ถ้าว่าด้วยเรื่องการร้องเพลงแล้วสำหรับนักร้องมือใหม่อย่างเราก็ต้องเริ่มจากการฝึกเอื้อนเสียงก่อนอื่น เพราะจะว่าไปเพลงไทยเดิมของเพวกเรามีเอกลักษณ์ก็ตรงการเอื้อนนี่ละมั้ง ตอนเริ่มเรียนใหม่ๆ สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่แค่การเอื้อนให้สละสลวยกลมกลืนเท่านั้น สำหรับเราแค่จำให้ได้ว่าแต่ละท่อนแต่ละช่วงมันเอื้อนยังไงนี่ก็เหงื่อตกแล้วล่ะ เคยสังเกตกันไหมคะว่าบางทีเพลงไทยเดิมมีเนื้อร้องไม่ยาวเท่าไหร่หรอก แต่เอื้อนเสียยาวเหยียดเชียวใช้เวลาส่วนใหญ่ของท่อนเพลงไปกับการเอื้อนเสียกว่าครึ่ง และการจะลงมือเขียนลายเอื้อนเหมือนเขียนเนื้อร้องนี่ก็ไม่ได้ทำให้ง่ายขึ้นเท่าไหร่หรอกนะคะสำหรับนักร้องหน้าใหม่ เพราะจะลงเอยด้วยการอ่านอะไรคล้ายๆอย่างนี้
"เอ้อ เอ่อ เออ ฮึ เหงอ เอ่อ เอยยยยย....."
ที่อาจจะทำให้เรางงหนักกว่าเดิมสำหรับเราเลยต้องใช้วิธีง่ายๆ คือ..... จำค่ะ ต้องจำให้ได้ แต่จะจำทั้งเพลงและการเอื้อนให้ได้แม่นๆ เราก็ต้องใส่อินพุทเข้าไปมากๆ ก็คือฟังซ้ำไปซ้ำมาบ่อยๆ ตอนเริ่มฝึกร้องเพลงแรกๆ เราก็ฟังอยู่อย่างนั้นแหละเพลงเดียวทั้งอาทิตย์ซ้ำไปซ้ำมา จนมาเริ่มรู้ตัวว่าจำลูกเอื้อนได้แน่แล้วก็อีตอนที่เริ่มฝันเป็นเพลงนั้นแล้วในที่สุด ต่อมาเลยเริ่มใช้การเขียนเข้ามาช่วยเตือนความจำทีหลัง ตอนนี้หลังจากเรียนผ่านมาได้เกือบจะครบปีแล้ว เริ่มรู้สึกว่าการเอื้อนเริ่มมีแพทเทิร์นวนๆ ซ้ำๆ ที่พอจะทำให้จำได้ง่ายเข้า ไม่ลำบากยากแค้นเหมือนเมื่อตอนฝึกใหม่ๆ อีกอย่างที่เราต้องเปลี่ยนความเคยชินคือเวลาร้องเพลงสากลความนิยมเค้าจะชอบให้มีการสั่นเสียงตอนลากเสียงยาวท้ายประโยคเพลง ที่เค้าเรียกกันว่า Vibrato พวกเพลงประเภทพาวเวอร์จัดๆ หรือเพลงประกวดต่างๆ จะเห็นชัดเชียว แต่พอมาเป็นเพลงไทยเดิมกลับนิยมให้ลากเสียงยาวแต่ให้นิ่งที่สุด ห้ามสั่น จะเพื่อพิสูจน์พลังลมปราณอะไรกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราร้องใหม่ๆ จะหมดลมเอาเสียให้ได้ เหนื่อยเป็นที่สุด
สิ่งที่ลำบากอีกอย่างคือท่าทางการร้อง เมื่อก่อนร้องเพลงป๊อป เรามักจะถนัดยืนเป็นหลัก ต่อให้ไปคาราโอเกะมีที่ให้นั่งก็มักจะติดยืนเพราะรู้สึกว่าร้องได้ถนัดกว่า แต่พอมาร้องเพลงไทยเดิมต้องนั่งพับเพียบเรียบร้อยหลังตรงหน้าตั้ง แรกๆ จะรู้สึกว่าทรมานน่าดู ไม่ถนัดเอาเลย แต่ก็อีกล่ะ ฝึกๆไปมันก็ชินไปเอง จนตอนนี้ถ้าต้องไปคาราโอเกะกับเพื่อนๆอีก ท่าทางจะต้องนั่งพับเพียบร้องเพลงซะแล้วก็ไม่รู้
ที่เด็ดสุด และสำหรับเราเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายที่สุดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเรียนจนถึงวันนี้ คือการจับคีย์ตัวเองให้ได้ เราไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเรียกว่าอะไรในภาษาดนตรี แต่ลักษณะก็คือเวลาที่นักร้องจะร้องนี่ ทั่วๆ ไปจะมีดนตรีเล่นส่งให้นักร้องเป็นการอินโทรให้ตอนต้นก่อน แต่จากนั้นพอเริ่มร้องจริงๆ นักร้องจะไม่เหลือเครื่องดนตรีอะไรให้เกาะคีย์ได้อีกเลยนอกจากกลองและฉิ่งที่เล่นเป็นเพื่อนให้จับจังหวะได้เท่านั้น ไม่เหมือนการร้องเพลงป๊อปทั่วๆไปนะคะ ที่จะมีดนตรีเล่นคลอให้เราจับคีย์ไปได้ตลอดเพลง ฟังดูเหมือนไม่ยากใช่ไหมถ้าเราแม่นยำในการเกาะเสียงซะอย่าง แต่ส่วนตัวเราแล้วมันยากมากเลยนะมันเหมือนการเดินไต่เชือกเส้นเดี่ยวข้ามเหวยังไงยังงั้น คือร้องไปเห๊อะ ฟังแต่เสียงตัวเองกับเสียงฉิ่ง เราก็มักคิดไปเองว่า แหม.... ที่ร้องอยู่เนี่ยก็น่าจะไม่เพี้ยนนะ แต่พอร้องจบท่อน ระนาดรับขึ้นมาทีไรหัวใจจะวาย เพราะเพี้ยนสนั่นทีเดียวเชียว ไม่เพี้ยนต่ำกว่าเสียงดนตรี ก็เพี้ยนสูงขึ้นไปซะงั้น เดี๋ยวนี้พอร้องไปจนจะจบประโยคสุดท้ายจะแอบลุ้นทุกทีว่าพอดนตรีรับมาตรูจะเพี้ยนให้หน้าแตกอีกหรือเปล่าหนอนี่หนอ... จริงๆ จะมีเครื่องดนตรีช่วยก็ได้ อย่างอาจจะให้ซอสามสายเล่นคลอร้องไป แต่ครูเราชอบให้ฝึกอย่างนี้ คือ ร้องไปเดี่ยวๆ ไม่ค่อยมีตัวช่วย เราก็เลยหน้าแตกได้เกือบทุกเพลงด้วยประการฉะนี้ฮ่าๆๆ
ถึงตอนนี้เราก็เริ่มอินกับเพลงไทยเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะฟังทุกวันเป็นกิจวัตรแล้ว เดี๋ยวนี้เพลงที่มันดังในหัวตอนเผลอๆ ก็เป็นเพลงไทยเดิมไปซะทั้งหมด คงเป็นเพราะเสียงเพลงเย็นๆ เรียบๆ เอื่อยๆ ที่ทำให้ฟังแล้วใจมันสงบดีล่ะมั้ง...
หรืออาจเป็นเพราะพอได้ฟังแล้วใจมันลอยกลับไปถึงบ้านได้เสียทุกที....