หายเฮดไประยะใหญ่ๆ ด้วยเกิดเรื่องวุ่นวายทางใจเล็กน้อยในชีวิต ละคงละครเลยไม่ค่อยได้เป็นอันดูซักเท่าไหร่ในระยะนี้.... สองสามอาทิตย์ก่อนหน้านี้แว้บไปดู Musical ที่เดินสายมาเล่นที่โรงละครประจำเมืองมาเรื่องนึง แต่ตอนนั้นก็จิตตกห่อเหี่ยวซะจนไม่เป็นอันนึกอยากจะเขียน พอมาวันนี้ฟ้าเริ่มโปร่ง อากาศเริ่มจะสดใส เส้นขอบฟ้าไกลๆ เริ่มทอประกายให้มองเห็นได้ลิบๆ เลยนึกอยากดูละครสนุกๆ อีกซักเรื่อง และหวังว่าจะดูได้สนุกขึ้นกว่าช่วงเศร้าซึม
ช่วงฤดูร้อนของอังกฤษเป็นช่วงที่เค้าฮิตเล่นละครกลางแจ้งอย่างยิ่ง แหม...ก็แต่ละปีจะมีโอกาสให้ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอยู่แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แดดแจ๋ๆ นี่ประหนึ่งเหมือนสวรรค์ของฝรั่งอังกฤษเค้าเลย แต่ออกจะนรกเล็กน้อยสำหรับเราผู้มาจากเมืองร้อน เพราะร้อนแดดที่นี่กับร้อนแดดที่บ้านเรามันต่างกันชัดเจนตรงที่ร้อนบ้านเรามองออกไปก็เห็นๆ อยู่ว่าร้อน เหงื่อก็ไหลไคลก็ย้อย ต้องยืดอกพกร่มกันแดดออกจากบ้านกันเป็นกิจวัตร แต่ร้อนแดดเมืองฝรั่งนี่ล่อลวงให้เห็นผิดเป็นชอบ แม้จะเห็นอยู่ว่าแดดจัดแต่พอเดินออกจากบ้านไป... แหม.... มันก็ไม่ร้อนเท่าไหร่นี่หว่า เพราะจะมีสายลมเย็นๆ โชยพัดอยู่ตลอดเวลา มารู้ตัวอีกทีตอนกลับเข้าบ้านอีกทีก็หน้าด่างเป็นชะนีไปซะแล้ว ยูวีเค้าแรงจริงๆ
กลับมาพูดเรื่องละครกลางแจ้งกันต่อดีกว่า ละครที่เค้านิยมเอามาเล่นกันเยอะที่สุดช่วงฤดูร้อนแต่ละปีก็ไม่พ้นละครของคุณปู่เชคสเปียร์ ผู้ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของวงการวรรณกรรมตะวันตก คนอังกฤษยังคงชอบดูและคุ้นเคยกับละครเชคสเปียร์ประหนึ่งคนไทยเคยคุ้นกับละครหลังข่าว ละครของคุณปู่ที่เก่าแก่เกือบครึ่งศตวรรษยังคงมีลมหายใจอยู่ได้ในโลกละครที่หมุนเร็วจี๋ในปัจจุบัน ถ้าอยู่ที่ลอนดอนที่ๆ ห้ามพลาดเลยสำหรับคอละครที่จะต้องไปสัมผัสให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิตคือ Shakespeare's Globe (http://www.shakespeares-globe.org/tourexhibition/) โรงละครที่ตั้งชื่อตามและสร้างเลียนแบบโรงละครทรงกลมของเชคสเปียร์เมื่อกว่าสี่ร้อยปีมาแล้ว และสร้างบนพื้นที่ใกล้เคียงกับซากโรงละครดั้งเดิมของเชคสเปียร์ที่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์อีกด้วย
ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare in Love คงจะพอนึกภาพออกถึงโรงละครทรงกลม ที่มียกพื้นเป็นเวทีอยู่กลางโรงละคร และแบ่งชั้นที่นั่งตามราคาค่าตั๋ว ตั๋วถูกที่สุดคือตั๋วยืนที่เค้าเรียกกันว่า Groundling สำหรับยืนชมกันหน้าเวทีเลย (ยืนจริงๆ นะคะ ไม่มีการลากเสื่อหอบมะม่วงน้ำปลาหวานมานั่งจิ้มเหมือนเราดูลิเกกันด้วย ละครเชคสเปียร์ส่วนมากยาวประมาณ 3 ชั่วโมง....ก็ยืนกันขาแข็งแหละค่ะ แต่ข้อดีคือได้อยู่ชิดติดนักแสดงขนาดถึงขั้นน้ำลายกระเซ็นใส่หน้ากันได้เลยทีเดียว) ส่วนชั้นอื่นๆ ก็จ่ายราคาตามความสูงของชั้นค่ะ ยิ่งสูงยิ่งไฮโซก็ยิ่งแพง สมัยเชคสเปียร์เองตั๋วแพงที่สุดอยู่ตรงไหนรู้ไหมค่ะ.... ฮ่าๆๆๆ อยู่บนเวทีเลยค่ะ เค้ามีที่นั่งไฮโซพิเศษเป็นยกพื้นสร้างเหนือเวทีขึ้นไปให้นั่ง เพราะฉะนั้นคนที่นั่งตรงนั้นก็จะได้หันหน้าออกหาผู้ชมคนอื่นตลอดเวลาที่ดูละครด้วย เด่นกว่านักแสดงซะอีกแน่ะ
อีกที่หนึ่งที่ควรได้ไปถ้าอยู่ลอนดอนคือ Open Air Theatre's Regent Park (http://www.openairtheatre.org/index.html) โรงละครเปิดกลางสวนสวยที่จะมีละครเชคสเปียร์ลงโรงเล่นทุกๆ summer อย่างน้อยฤดูกาลละสามเรื่อง การได้นั่งดูละครท่ามกลางสายลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ ท่ามกลางแมกไม้เขียวครึ้มล้อมรอบตัวนี่สวรรค์ดีๆ เลยนะคะ บรรยากาศอย่างนี้ยิ่งทำให้ละครเชคสเปียร์ดูมีมนต์เสน่ห์สะกดใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
ถ้าออกมาต่างจังหวัดทางแถบ Warwickshire โดยเฉพาะที่เมือง Stratford-upon-Avon เมืองเล็กๆ น่ารักเหมือนตุ๊กตาบ้านเกิดของคุณปู่เชคสเปียร์เค้า ก็ห้ามพลาดเลยค่ะที่จะต้องแวะชมละครเชคสเปียร์แนวโมเดิร์นสร้างสรรค์จากบริษัทละครมืออาชีพที่ RSC (The Royal Shakespeare Company) (http://www.rsc.org.uk/home/default.aspx) ด้วยความที่บ้านเราอยู่ใกล้ Stratford มากกว่าลอนดอน เราเลยได้ดูละครของ RSC มากกว่าที่อื่น บางเรื่องก็หนุกหนานตื่นตาตื่นใจดี อีกหลายเรื่องก็แอบหนักหนังตาเล็กน้อย แต่โดยภาพรวม RSC จะผลิตงานละครของเชคสเปียร์โดยมีการตีความใหม่ๆ หาทางสร้างสรรค์การนำเสนอแบบใหม่ๆ ออกมาให้ได้เซอร์ไพรส์กันเสมอ
อีกทีหนึ่งที่เล่นละครเชคสเปียร์กลางแจ้งที่โด่งดังไม่แพ้ที่ไหนๆ คือที่เมือง Ludlow แถบๆ เวลส์ เค้ามีจัด Ludlow Festival (http://www.ludlowfestival.co.uk/) กันในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี และไฮไลท์ของงานก็คือละครเชคสเปียร์ในปราสาท Ludlow ซึ่งจะใช้เนื้อที่สวนว่างๆ กลางลานปราสาทเก่าของ Ludlow จัดละคร เราไปดูมาสองปีติดกันแล้ว สนุกดี เค้าใช้เนื้อที่ประตูหน้าต่างกำแพงของปราสาทเป็นฉากในละครได้เนียนมากๆ แต่คนดูอาจจะต้องเตรียมตัวมากหน่อยเวลาไปดู เพราะต้องขนผ้าห่มเสื้อกันฝนเสื้อกันหนาวไปให้พร้อมเสมอ เพราะทั้งลมทั้งฝนมักไม่ค่อยปราณีคนดูเท่าไหร่นักใน Ludlow ปีที่แล้วจำได้ว่าไปนั่งคางสั่นกลางฝนปรอยดูละคร แถมนักแสดงบนเวทีก็ลื่นล้มหัวเกือบแตกให้ลุ้นอีกเพราะเวทีมันเปียก
ถ้าถามว่าละครของเชคสเปียร์เรื่องไหนฮิตนำมาเล่นมากที่สุด จากที่เห็นที่ฟังมาคร่าวๆ เดาเอาเองนะคะว่าน่าจะเป็น The Midsummer's Night Dream เล่นกันจริงเล่นกันจัง แค่ปีนี้ ขณะนี้ เกือบทุกทีที่พูดมาข้างต้นก็เอาเรื่องนี้มาเล่นกันหมด เราดูเรื่องนี้เฉพาะที่อังกฤษนี่ไม่น้อยกว่า 5 โปรดักชั่นได้แล้ว ทั้งแบบฝรั่ง แบบแขก แบบสมัยใหม่ แบบโบราณ ดูจนเบื่อสุดๆ ไปเลย แต่ก็อย่างว่านะคะ เราคิดว่าเรื่อง The Midsummer เนี่ยดูง่ายที่สุดแล้วล่ะในบรรดาละครชวนหัวของเชคสเปียร์ทั้งหมดเพราะมีครบรสรวมอยู่ในเรื่องเดียวกันจริงๆ ทั้งเรื่องความรักหนุ่มสาว เวทย์มนต์คาถาเทวดานางฟ้า ความเข้าใจผิด สลับคู่สลับตัว และก็ตัวตลกอีกกลุ่มใหญ่ ถ้าเทียบกับละครชวนหัวอีกหลายๆ เรื่องของเชคสเปียร์แล้วเรื่องนี้น่าจะงงน้อยที่สุดแล้วล่ะค่ะ
ถ้ามีคนสงสัยว่าแล้วภาษาล่ะดูแล้วจะเข้าใจไหม เค้าใช้ภาษาสมัยใหม่รึเปล่า คำตอบคือเค้าใช้ภาษาต้นฉบับของเชคสเปียร์เสมอค่ะ ตั้งแต่ดูมาน่าจะเกินสิบกว่าเรื่องก็ไม่เคยเห็นเค้าจะแปลงภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้นเป็นยุคปัจจุบันซักโปรดักชั่นเดียว ภาษาเชคสเปียร์ถือเป็นความภาคภูมิใจของชนชาติอังกฤษเลยนะคะ เค้าเลยต้องรักษาขนบทางการใช้ภาษาอย่างเหนียวแน่น ในขณะเดียวกันสิ่งที่เค้าทำให้เป็นสมัยใหม่คือองค์ประกอบอื่นๆ ของละครค่ะ อย่างเช่น ชุด ฉาก แสงสีเสียง บางเรื่องจัดให้สมัยใหม่ซะจนนึกว่าดูละครเด็กวัยรุ่นสกอยส์ แต่ก็แปลกที่มันก็กลับเข้ากันได้กลมกลืนกับตัวภาษาเก่าๆ ของเขาเฉยเลย แต่ไอ้เรื่องที่ว่าฟังรู้เรื่องรึเปล่า ก็ต้องบอกว่าสำหรับคนที่เรียนวรรณคดีมาอาจจะเข้าใจได้มากกว่าหน่อย แต่ให้เข้าใจร้อยปูเซ็งคงต้องไปเกิดใหม่เป็นฝรั่ง (อ้อ...และคงต้องเป็นฝรั่งยุคเชคสเปียร์ด้วยค่ะ เพราะฝรั่งยุคปัจจุบันที่เคยคุยด้วยหลายคนเค้าก็ส่ายหน้าทำตางุนงงไม่แพ้เราเหมือนกัน) แต่ภาษาไม่ใช่อุปสรรคหรอกค่ะที่จะดูละครเชคสเปียร์ให้เข้าใจ เชคสเปียร์เค้าเขียนบทละครมาตั้งแต่ต้นเพื่อเอาใจคนดูชาวบ้านอยู่แล้ว ไม่ใช่เพื่อให้ต้องปีนกระไดดูเหมือนที่คนไทยชอบเข้าใจผิดคิดกัน เพราะฉะนั้นแค่ปล่อยใจดูไปเพลินๆ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจ ก็เชื่อว่ามีอะไรสนุกๆ ให้ได้สังเกต ให้ติดตามได้จนตลอดเรื่องแน่นอนค่ะ
แหมว่าจะเล่าถึงโปรดักชั่นโรเมโอจูเลียตที่ไปดูมาเมื่อวานซักกะหน่อย เกริ่นซะยาวไปแล้ว ไว้เดี๋ยวกลับมาเล่าใหม่วันหลังดีกว่าค่ะ